เตรียมตัวก่อนไปสอบ TOEIC 

กำลังเตรียมตัวจะไปสอบ TOEIC ครับ หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตไปเจอบล็อกอยู่อันหนึ่ง เขียนได้ดีมาก เลยเอามาฝากกัน :P

สวัสดีค่ะ ไหนๆ msn ก็เข้าไม่ได้ เราก็เลยถือโอกาสอู้อ่านหนังสือมาอัพบล๊อกซะเลย

วันเสาร์ที่ผ่านมา เราได้ไปสอบ TOEIC เลยจะมาแชร์ประสบการณ์ในการสอบกัน
หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่จะเตรียมตัวไปสอบ TOEIC ไม่มากก็น้อยจ้า

ปล - ใครขี้เกียจอ่าน เลื่อนไปล่างสุดไปอ่านสรุปใจความสำคัญตอนท้ายได้เลยค่ะ

-------------------------------------------------------------------------------------------------

TOEIC หรือ Test of English for International Communication แบ่งการสอบออกเป็น 2 พาร์ท
คือ Listening 100 ข้อ กับ Reading 100 ข้อ รวมทั้งหมด 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 คะแนน

::: การจองเวลาสอบ :::

สำหรับคนที่สนใจจะไปสอบ TOEIC ควรจะโทรไปนัดก่อนอย่างน้อย 1 วัน 
โดยโทรไปจองวันสอบที่เบอร์ 0-2260-7061 หรือ 0-2260-7189 
โดยทาง TOEIC มีการเปิดให้สอบในวันจันทร์ถึงเสาร์ ( วันอาทิตย์ปิด ) 
มีสอบ 2 รอบคือ 9.00-12.00 กับ 13.00-16.00
พอโทรไปก็แจ้ง ชื่อกับนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็หมายเลขบัตรประชาชน เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

-------------------------------------------------------------------------------------------------

::: สิ่งที่ต้องเตรียมไปในวันสอบ::

1. เตรียมใจ /me โดนถีบ ไม่ใช่แล้ว
2. เตรียมเงินค่าสอบ 1,000 บาท ( ถ้าจะให้ส่งผลสอบกลับบ้านจ่ายเพิ่มอีก 50 บาทฮ่ะ )
3. บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตตัวจริง ( ไม่เอาสำเนานะ )
4. เสื้อกันหนาว ( มันหนาวจริงๆนะจอร์จ หนาวโคตรๆๆๆๆๆๆ )
5. นาฬิกา ในห้องก็มีแหละ แต่เอาไปด้วยอุ่นใจดีค่ะ 
( ส่วนของเรา นาฬิกาตายก๊าก =[]= ตายหมด 3 เรือนเลยต้องไปยืมยายมาใช้ )
6. 2B สำหรับคนที่ใช้เปลืองแบบเรา เพราะเขามีให้ 2 แท่ง
7. อย่าลืมกินข้าวมาเน้อ เราไปนั่งท้องร้องในห้องสอบด้วยก๊ากก 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

::: สถานที่สอบ :::

หลังจากเราโทรไปนัด พร้อมเตรียมใจและเตรียมอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว
ก็มุ่งหน้าสู่ตึก BB TOWER ที่อยู่ตรงถนนอโศก ( สุขุมวิท 21 ) ชั้น 19
BB TOWER อยู่ฝั่งเดียวกับตึกของแกรมมี่ อยู่ติดกันเลยมั้ง 
( แผนที่เข้าไปดูได้ที่ http://www.toeic.co.th จ้า )

เราเลือกสอบวันเสาร์ ( ซึ่งคนโคตรเยอะ ใครมาวันเสาร์รีบมาก็ดีนะ) 
รอบ 9.00-12.00 พี่เจ้าหน้าที่บอกว่าให้มาถึง 8.00 น.
( เลยเดาว่าถ้าใครไปสอบตอนรอบ 13.00 น. คงต้องมาถึงตอนเที่ยงค่ะ )
พอมาถึงอาคาร BB TOWER ( จะบอกว่าป้ายตึกอ่านยากอ่ะ =[]= หรือเราตาไม่ดีก็ไม่รู้ก๊าก )
ก็ขึ้นไปชั้น 19 สถานที่สอบมันเปิด 8 โมง ถ้ามาก่อนหน้านั้นก็ต้องรออยู่หน้าศูนย์สอบค่ะ 
เราไปถึงเห็นคนรอกันอยู่ส่วนนึงแล้ว ประมาณสิบกว่าคนได้ พอประตูเปิดปั๊บทุกคนพุ่งเข้าไปต่อแถวทันที
ด้วยความที่เราไม่รู้อะไรเลยก็เลยตามคนหมู่มากไป 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุปว่าเขาต้องไปเข้าแถวเพื่อทำการลงทะเบียนสอบ

::: การลงทะเบียนสอบ ::: มีลำดับดังนี้

1.ยื่นบัตรประชาชน
2.แจ้งชื่อ นามสกุล ภาษาอังกฤษ 
3.บอกเบอร์โทรศัพท์
4.บอกว่าจะต้องการมารับผลสอบเอง หรือว่าจะให้ส่งทางไปรษณีย์ ( ดังที่บอกไว้ข้างต้นว่าจ่ายเพิ่ม 50 บาท )
5.ถ่ายรูป =[]=!!!!!!! 
6.ตรวจดูรายละเอียดว่าเขาพิมพ์ชื่อ พิมพ์เบอร์บัตรประชาชน บลาๆๆ ถูกหรือไม่
7.จ่ายตัง 1,000 บาทเป็นค่าสอบ พร้อมรับเอาใบ...( ใบอะไรวะ เรียกว่าใบสอบละกันนะ ) เดินไปที่อีกเคาน์เตอร์นึง
8.เขียนชื่อ นามสกุล เบอร์บัตรประชาชนลงสมุดลงทะเบียนของเจ้าหน้าที่ ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

-------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะไล่ เอ้ย บอกเราว่า ให้กลับมาอีกที 8.45 น. 

::: ข้อแนะนำสำหรับผู้สอบที่เป็นสตรีเพศ ::ควรใส่กางเกงเพื่อความสะดวกในการนั่งรอที่พื้นหน้าศูนย์สอบ =[]=!
เพราะว่าในศูนย์สอบมันเล็กมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พอทำไอ้8 ขั้นที่ว่ามาเสร็จก็เลยต้องอัปเปหิตัวเองออกมาหน้าศูนย์ 
จริงๆแล้วชั้นล่างเขามีร้านกาแฟให้นั่งนะ แต่ว่าเราขี้เกียจ 
ก็เลยนั่งมันหน้าศูนย์นี่แหละ ร้อนใช้ได้เลยเพราะว่ามันไม่มีแอร์ =A=! 
แถมมีใครไม่รู้สูบบุหรี่อีก เหม็นนะเฟ้ย!!!!

พอใกล้ๆจะ 8.45 น. เลยเดินหาห้องน้ำ อยู่ข้างๆลิฟท์ ห้องน้ำมีเพียง 2 ห้องเท่านั้น จอร์จ!! 
แต่ถึงคนเยอะยังไงก็ควรจะเข้าให้เรียบร้อยนะ 
เพราะว่าพอเข้าห้องสอบแล้วต้องออกมาพร้อมกัน ทำเสร็จก่อนก็ออกก่อนไม่ได้จ้า

พอถึง 8.45 เราก็กลับไปที่ศูนย์สอบ ทางศูนย์มีที่ให้วางของ ( วางเฉยๆ ไม่รับฝากเน้อ อย่าเอาของมีค่าไปล่ะ! )
เพราะเขาไม่ให้เราเอาอะไรเข้าไปในห้องสอบ มือถือก็ห้ามเอาเข้านะ ต่อให้ปิดเครื่องแล้วก็ตาม 
เอาเข้าไปได้แต่กระเป๋าตังเท่านั้นแล 

หลังจากวางของแล้ว โปรดดูห้องสอบของท่านให้ดี!! เพราะมันมี 2 ห้องมั้ง ถ้าเราจำไม่ผิด 
แล้วก่อนเข้าห้องสอบต้องไปยืนต่อแถว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจหาวัตถุระเบิด เอ้ย ของในกระเป๋า 
เขามีไอ้เครื่องตรวจติ๊ดๆๆ ( เรียกไม่ถูกก๊ากก ) แบบตามสนามบินแสกนไปทั่วเลย 
เราใส่เสื้อกันหนาวแล้วเอาน้ำตาเทียมกับทิชชู่ใส่กระเป๋าเสื้อ พอเขาเอาไอ้เครื่องติ๊ดๆมาตรงกระเป๋ามันก็ติ๊ดๆๆ =[]=!
( ตอนแรกนึกว่ามันเป็นเครื่องตรวจจับโลหะซะอีก =[]= ทำไมมันจับทิชชู่กับน้ำตาเทียมได้ฟะ ) 
พี่เจ้าหน้าที่ทำเสียงโหด " อะไรอยู่ในกระเป๋าคะน้อง " ไอ้เราก็เลยหยิบน้ำตาเทียมกับทิชชู่ออกมาโชว์ 
แล้วก็ผ่านด่านไอ้ติ๊ดๆๆ เข้าไปนั่งในห้องสอบโดยสวัสดิภาพ
และไปนั่งตามที่นั่งที่พี่เจ้าหน้าที่เขาบอก ( เลือกเองไม่ได้นะเออ ) 

พอเข้าถึงห้องสอบ คุณจะรู้ว่าเสื้อกันหนาวนั้นมีค่ายิ่งกว่าทองคำ !!! 
( หรือไม่ก็เพราะว่าเราไปนั่งอยู่ตรงที่แอร์ตกก็ไม่รู้ )
หนาวประมาณว่า ถ้าทำข้อสอบแล้วขาดใจตาย ศพจะได้ไม่เน่าอะไรแบบนั้น กร๊ากกก~
พอเข้าไปนั่งปั๊บ บนโต๊ะจะมีเอกสารให้อ่าน เป็นพวกคู่มือสอบว่าข้อสอบจะแบ่งเป็นกี่ part
เป็นอะไรยังไงบ้าง หลังจากนั้นพี่พนักงานก็จะเข้ามาเปิดเทป 
เป็นเสียงคนอ่านไอ้เอกสารที่วางไว้บนโต๊ะนี่แหละให้เราฟังอีกที ( เพื่อ ??? )
แถมมีเหมือนสปอตโฆษณาด้วย ใจความประมาณได้ว่า

" นี่เธอ~ ชั้นไปสอบ TOEIC มาด้วยแหละ~~ "
" จริงเหรอเธอ แล้ว TOEIC นี่เอาไปทำอะไรได้บ้างละเธอ~ "
" อ๋ออออ ก็หลายอย่างเลยละเธอ ไม่ว่าจะเป็น บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ "

อะไรประมาณนี้ เราฟังแล้วขำยังไงก็ไม่รู้ =[]= หลังจากสปอตโฆษณาและแนะนำการสอบจบลง 
เจ้าหน้าที่ก็จะแจกกระดาษคำตอบสีเขียวๆ แล้วบอกให้เราวงนู่นวงนี่กรอกรายละเอียดตามที่เขาบอก 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

แล้วก็เริ่มการสอบส่วนแรก คือสอบ 

::: Listening 100 ข้อ(45 นาที) ::: ( ถ้าจำไม่ผิดนะ )

โดย Listening แบ่งเป็น ...กี่พาร์ทหว่า =[]= เราจำได้แค่ 3 พาร์ทแฮะ

1. ดูภาพ ฟังเสียงคนพูด แล้วเลือกช้อยส์ที่ตรงกับภาพ ( 20 ข้อ )
:::: สำหรับส่วนนี้ ควรพยายามแสกนให้เรียบร้อยก่อนว่าในภาพมีอะไรบ้าง 
เช่นว่า ผู้หญิงกี่คน ผู้ชายกี่คน คนทำอะไร บนโต๊ะมีอะไร อะไรประมาณนี้

2. ฟังคำถามแล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม
:::: อันนี้ถ้าจำไม่ผิด เหมือนจะต้องฟังช้อยส์เองด้วย เพราะฉะนั้นต้องตั้งสมาธิดีๆ

3. ฟังบทสนทนาสั้นๆแล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสม
:::: ส่วนนี้จะเป็นบทสนทนาสั้นๆ บทสนทนานึงใช้ตอบคำถามประมาณ 2-3 ข้อ 
ข้อควรระวังคือควรแสกนดูก่อนว่ามันถามอะไร แล้วตั้งใจฟังในบทสนทนา
เราบางทีมัวแต่ตอบคำถามข้อนึง ลืมฟังรายละเอียดที่อีกข้อนึงถาม ซวยไปเลยก้า

-------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากฟังกันหูชาหน้าซีด ก็มาเจอกับพาร์ท 
::: Reading อีก 100 ข้อ (75 นาที)::: 
ไอ้นี่แหละทรมานใจจอร์จอีกแล้ว แบ่งเป็น 3 พาร์ท

1. เติมคำในช่องว่าง ( 40 ข้อ )
:::: ส่วนนี้จะดูทั้งพวกความแม่นยำของเราในเรื่อง part of speech ( พวกคำนาม คำสรรพนามอะไรพวกนี้ ), 
คำศัพท์ , สำนวน, phrasal verb เป็นต้น

2. error check!!!!!!!! ( 20 ข้อ ) เกลียดมัน!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
:::: พาร์ทนี้คงไม่ยากสำหรับคนที่แม่นแกรมม่า แต่คนที่แกรมม่าห่วยแตกเช่นเราแล้ว 
ถือได้ว่าเป็นข้อที่ทำให้เสียเวลาอย่างแรง มันจะเป็นประโยคมา แล้วมีขีดเส้นใต้คำ 
แล้วให้เราหาว่าอันไหนผิด สำหรับเราแล้วมีหลายข้อที่อ่านแล้วเกิดความรู้สึกว่า
" ผิดตรงไหนวะ ก็ถูกหมดนี่หว่า " ก๊ากกกก =[]= ดับวูบบบบบบบบบ อนาคตของตู 
ดังนั้นถ้าใครอ่านแล้วงงๆเบลอๆแบบเรา แนะนำให้ข้ามไปทำอีกพาร์ทก่อนค่อยกลับมาทำอันนี้
เพราะพอคิดไม่ออกแล้วมันเสียเวลาอย่างแรงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง

3. อันนี้เป็นพวกโฆษณา จดหมาย ประกาศ มาให้อ่านแล้วตอบคำถาม ( 40 ข้อ )
:::: พาร์ทนี้จริงๆแล้วจะว่าไม่ยากก็คงไม่ยาก แต่ว่ามันเสียเวลาอ่านพอสมควร 
เพราะว่าส่วนนี้มี 40 ข้อ แล้วไอ้อันที่ต้องอ่านอันนึง มันเอาไว้ตอบคำถามแค่ 2-3 ข้อ 
ทำให้เราต้องอ่านอยู่หลายอัน อ่านจนเบลอ ควรอ่านโจทย์ก่อนว่ามันถามอะไรจะประหยัดเวลาไปได้บ้างเน้อ

-------------------------------------------------------------------------------------------------

เวลาสอบมันผ่านไปรวดเร็วกว่าที่คิด เรามัวแต่ไปเสียเวลากับไอ้ error check 
( ขอเรียกแบบไม่เป็นทางการว่าอย่างงี้ละกันนะ ) เลยทำไม่ทันไปหลายข้อได้
แถมพอตอนวางดินสอคิดว่าทำครบแล้ว ไอ้ข้อ 154 ( จำข้อได้เลยวุ้ย =[]= ) มันว่างโล่ง 
ลืมทำสิคร้าบ!!! T{}T!!!!!!!! เสียดาย!!!! อย่างน้อยมั่วก็ยังมีโอกาสถูก 1/4 วะ
เอาเป็นว่าเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว ออกมานอกห้องสอบดีกว่า 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

::: การรับผลสอบ :::

สำหรับคนที่จะมารับผลสอบเอง ก็กลับบ้านได้ 
วันมารับผลสอบอย่าลืมเอาบัตรประชาชนตัวจริงกับใบสอบมาด้วย 
แต่ถ้าให้คนอื่นมารับ ก็ต้องเอาบัตรประชาชนของเรามา 
เอาบัตรประชาชนคนที่จะมารับผลสอบแทน แล้วก็ใบสอบจ้า

สำหรับคนที่จะให้เขาส่ง EMS ผลสอบกลับไปที่บ้านให้ ก็ไปรับซองจดหมายมา
เขียนชื่อภาษาอังกฤษ ที่อยู่ภาษาไทย พร้อมจ่ายตัง 50 บาทแล้วก็เอาใบสอบให้เจ้าหน้าที่ไปด้วย

เป็นอันเสร็จพิธี =[]= !!!!!!!! กลับบ้านได้แล้วเอิงเงย

ผลสอบถ้าสอบวันจันทร์ - พฤหัสจะได้ผลสอบในวันรุ่งขึ้น ( มายก้อด!! )
แต่ถ้าสอบวันศุกร์ จะได้ผลวันจันทร์ และถ้าสอบวันเสาร์ จะได้ผลวันอังคารจ้า

-------------------------------------------------------------------------------------------------

::: โดยสรุปแล้ว ในช่วงสอบ สิ่งที่ควรทำสองประการคือ :::

1. ตั้งสติให้ดี สมาธิแรงกล้า ไอ้ข้างๆจะแคะขี้มูกดีดมาโดนเราก็อย่าไปใส่ใจ
โดยเฉพาะ part Listening ถ้ามันฟังไม่ทันผ่านไปแล้วก็ช่างมัน 
เอาข้อต่อไปดีกว่า เพราะถ้ามัวกังวลนี่เดี๋ยวไปพลาดข้อต่อๆไปด้วย

2. ห้ามชิว!!! ห้ามชิวอย่างแรง!!! ตอนแรกเราทำ Reading พาร์ทแรก 40 ข้อเสร็จ
แล้วเห็นเหลือเวลาเยอะ เลยเริ่มชิว เอาเข้าจริง ทำไม่ทัน กร๊ากกกกกกกกกกกก

ตอนนี้เราก็กำลังลุ้นกับผลสอบอยู่ =[]= ถ้ามันเวิร์คก็ดี ไม่ต้องไปสอบใหม่
เพราะแทบจะไม่ได้เตรียมตัวไปสอบเลยก๊ากก ไปนั่งอ่านหนังสือสอบวันศุกร์ - -" 
แถมในหนังสือเฉลยผิดเต็มไปหมด เวรกรรมอย่างแรง 

-------------------------------------------------------------------------------------------------

สุดท้ายนี้ขอสรุปสาระสำคัญจริงๆ สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านอะไรบ้าๆบอๆก๊าก =[]=

1. TOEIC เปิดสอบจันทร์ - เสาร์ ( เว้นวันอาทิตย์ ) 2 รอบ 9.00-12.00 และ 13.00-16.00
โดยควรโทรไปจองก่อนตามเบอร์ 0-2260-7061 / 0-2260-7189
โดยจะต้องแจ้ง ชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษ รวมถึงเบอร์บัตรประชาชน
สถานที่สอบคือ อาคาร BB TOWER ชั้น 19ถนนอโศก ( สุขุมวิท 21 ) อยู่ฝั่งเดียวกับตึกแกรมมี่

2. เตรียมบัตรประชาชนตัวจริง หรือพาสปอร์ตตัวจริง พร้อมเงินค่าสมัคร 1,000 บาทไปในวันสอบ

3. ข้อสอบมีทั้งหมด 200 ข้อ เป็น Listening 100, Reading 100 คะแนนรวม 990 คะแนน

4. สำหรับการรับผลสอบ
ผู้ที่มารับเอง - เอาใบสอบ + บัตรประชาชนตัวจริง มาในวันรับผล
ให้ผู้อื่นมารับ - เอาใบสอบ + บัตรประชาชนตัวจริงของเรา + บัตรประชาชนตัวจริงของผู้มารับแทน
ส่ง EMS กลับบ้าน - รับซองจดหมายหลังสอบเขียนชื่อภาษาอังฤษ ที่อยู่ภาษาไทย จ่ายเงิน 50 บาท

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ใครจะไปสอบก็สู้ๆขอให้โชคดีในการสอบค่ะ !!!! ขอให้ได้คะแนนงามๆกันทุกคนเน้อ!!

พบกัน Blog หน้าจ้า *-*//

หยาดน้ำค้าง
หยาดน้ำค้าง - ไม้กินแมลง 80 บาท
วิธีเลี้ยง - หล่อน้ำ น้ำวันละครั้ง แดดจัดอย่างน้อย 4ชม.
 
กาบหอยแครง - ไม้กินแมลง 80 บาท
วิธีเลี้ยง - หล่อน้ำ น้ำวันละครั้ง แดดจัดอย่างน้อย 4ชม.
 
 
...
ซาราซีเนีย - ไม้กินแมลง 80 บาท
วิธีเลี้ยง - หล่อน้ำ น้ำวันละครั้ง แดดจัดอย่างน้อย 4ชม.
 
หม้อข้าวหม้อแกงลิง อายุ 1 ปี ตอนต้นเล็ก 35 บาท - ไม้กินแมลง
วิธีเลี้ยง - หล่อน้ำ น้ำวันละครั้ง แดดจัดอย่างน้อย 4ชม.
 
 
แส้หางม้า - ไม้หัว ต้นละ 35 บาท 
วิธีเลี้ยง - ปลูกแบบชวนชม แดดจัด ดินระบายน้ำดี น้ำ 2-3 วันครั้ง น้ำมากระวังโขดเน่า
 
สับปะรดสี 15 บาท ต้นเล็กมาก
ไม่แน่ใจว่า สกุลคริพแอนธ์อัส (Cryptanthus ) หรือ สกุลเฮคเทีย(Hechtia)   แต่เฮคเทียปกติราคาจะแพงสูดๆ 500+ 
ดูจากวัสดุปลูกมีแต่กากมะพร้าว แห้งและโปร่งมาก 
1 ปีมาแล้วก็ยังไม่ได้แยกลงกระถางซักที เนื่องจากไม่มีที่ให้วางได้รับแสง +กับจำนวนที่มากมาย นี่แค่ 1 ฝัก(2แง่ง) ก็เกือบ 50-70 เม็ดแล้ว รอดจริงๆก็เท่าที่เห็นอ่ะนะ
 
ต้นในกระถางดินเป็นรูเน่า ผลจากช่วงหน้าฝนไม่ได้หลบฝนที่ตก 4 วันติด
 
 
ฉะนั้นหน้าฝนเตรียมหาที่หลบฝนให้เขาด้วยนะ ไม่งั้นวัสดุปลูกต้องโปร่งแบบสุดๆ

edit @ 17 Dec 2010 13:04:44 by Chuanchom

 
แผนที่ต้นไม้ราคาถูกในงาน พันธุ์ไม้ในงานสวนหลวง ร.9 ปี53
 
พันธุ์ไม้ในงานสวนหลวง ร.9 ปี53 นี้  
1.สับปะรดสีนีโอ กับกิเลน ต้นเล็กๆราคา 20-30 ไม่ค่อยมีขาย มีแต่ขนาดถึงใหญ่ ดูซบเซายังไม่ก็ไม่รู้ แต่พวกรากอากาศเริ่มเยอะ แบบถูกสุดก็ต้นละ 25 35 บาท 3ต้น100 4ต้น100 มีขายเยอะมาก
 
* แต่มีสับปะรดสีคล้ายๆกิเลนต้นเล็ก 15 บาทขายที่ร้านอโกนีมามั้ง ให้เดินที่รอบนอกนะครับ เดินจากทางเข้าเลี้ยวซ้ายเดินไม่ไกลมาก
 
2.ไม้กินแมลงมีคนขายมากขึ้น ทั้ง หม้อข้าวหม้อแกงลิง ซาราซีเนีย  กาบหอยแครง หยาดน้ำค้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นต้นเล็กแรกเกิดราคาต้นละ 70-80 บาท ถูกใจคนชอบเล่นของใหม่เลยครับWink  รู้สึกว่าซื้อ 3 ต้นเค้าจะคิด 200 บาทแหมคนไทยใจดีจริงๆ ส่วนหม้อข้าวหม้อแกงลิงร้านประจำดันไม่เปิดซะนี่เมื่อปีที่แล้วจำได้ว่าซื้อมา 3 ต้น 100 บาท ต้นเดียว 35 บาท เลยไม่ได้ไปดูเลยว่ามีของใหม่ไหม
 
3.อโกนีมายังคงเกลื่่อนเหมือนเดิม กับที่บ้านมีเยอะอยู่แล้ว เลยไม่ได้ไปตรวจราคา
4.แคลตัส แน่นอนต้นเล็กต้นละ 10 บาท
5.เคราฤาษี ค่อนข้างจะบูมกว่าปีก่อนเยอะ มีขายหลายร้าน ที่บ้านมีอยู่แล้วเลยไม่ได้ตรวจสอบราคาที่งาน
6.ลิ้นมังกร เจ้าใหญ่เปิดทุกปี ต้นละ 50 100 100+ แล้วแต่สายพันธุ์ ปลูกที่บ้านมาหลายต้นโตช้าจริงหนอเลยไม่ได้ซื้อ
 
7.เฟิร์นก็มีอยู่เป็นหย่อมๆ มือไม่ดีปลูกไม่ขึ้นเลยไม่ได้แวะ
8.เกือบลืมไป แส้หางม้า หายไปไหนหมดเจอเจ้าเดียวต้นละ 35 บาท 3ต้น 100 คนขายชอบแอบอยู่ข้างในร้านรกๆต้องเข้าไปตามน่อ ไม่งั้นอดซื้อ
 
9.บอนสียังเยอะอยู่
10.ชวนชมก็ไม่น้อย
11.โป๊ยเซียน เริ่มลดลง ผมว่าหายไปเยอะนะ
 
แต่งานนี้ไปซื้อต้นไม้ด้วย+ถามวิธีเลี้ยงด้วยเลยเอามาแบ่งกันแบบย่อๆเนอะ
1.สับปะรดสีพวกกิเลน แดดปานกลาง น้ำ3วันครั้งแล้วแต่อากาศ
2.แคลตัส แดดปานกลาง น้ำ3-7วันครั้งแล้วแต่อากาศ
3.ลิ้นมังกร แดดปานกลาง น้ำ3วันครั้งแล้วแต่อากาศ
4.แส้หางม้า แดดจัดได้ น้ำ3-7วันครั้งแล้วแต่อากาศ
5.เคราฤาษี แดดปานกลาง น้ำทุกวัน
6.สับปะรดสีรากอากาศ แดดปานกลาง น้ำ 3 วันครั้ง
7.ไม้กินแมลง แดดกลางถึงจัดได้ น้ำทุกวัน+หล่อน้ำใต้กระถาง
 
ปีนี้เลยซื้อมาแค่ แคลตัส แส้หางม้า ซาราซีเนีย  กาบหอยแครง หยาดน้ำค้าง มาลองเลี้ยงดู เพราะเลี้ยงหม้อข้าวหม้อแกงได้พวกนี้ก็ไม่คงมีปัญหา Kiss 
 
ไว้ว่างๆจะเอารูปมาให้ดูเผื่อบางคนไม่รู้จักต้นไม้บางอย่าง

 

 

พุธ 1 ธันวาคม 2553 ถึง อาทิตย์ 12 ธันวาคม 2553

ททท. ร่วมกับ มูลนิธิสวนหลวง ร.9 กำหนดจัด “งานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9″ ครั้งที่ 23
ระหว่างวันพุธที่ 1 – วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553
เวลา 8.00 – 19.00 น.

จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสวันเฉลิมพระชนพรรษา ภายในงานจัดให้มีการแสดงไม้ดอกไม้ประดับหลากหลายสายพันธุ์ นิทรรศการประวัติสวนหลวง ร.9 นิทรรศการศิลปะประดิษฐ์ เช่น พวงมาลัย ภาชนะที่สานด้วยใบตองกระทง จำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์จัดสวน การแสดงความสามารถของสุนัข การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน 4 ภาค พยากรณ์โชคชะตา สวนสนุก การแสดงดอกไม้ไฟโบราณ จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกมูลนิธิฯ ร้านสายใจไทย

ด้านถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เข้าประตู 4 (ดาวเรือง)
บริเวณลานจอดรถประตู 4

  • นิทรรศการทางด้านวิทยาศาสตร์ 10 โครงการ
  • สวนสนุก, สวนอาหารนานาชาติ
  • ร้านจำหน่ายต้นไม้อของสวนหลวง ร.9
  • ร้านจำหน่ายอาหาร
  • ร้านจำหน่ายสินค้าในเครือสหพัฒนพิบูลย์ จำกัด

อาคารถกลพระเกียรติ

  • สอยกัลปพฤกษ์
  • ชมบอนสี, บอนไซ, โป๊ยเซียน, ชวนชม, แก้วกาญจนาราเซียน่า ที่ชนะการประกวด
  • ชมแปลงดอกไม้นานาพันธ์

ด้านถนนสุขุมวิท 103 (อุดมสุข) เข้าประตู 6 (เฟื่องฟ้า)
บริเวณสนามราษฎร์

  • ร้านจำหน่ายต้นไม้และอุปกรณ์จัดสวน
  • นิทรรศการต้นไม้ที่ชนะการประกวด
  • ศูนย์จำหน่ายอาหาร
  • ชมการแสดงดนตรีสตริง, ลูกทุ่ง ของ กทม.

ด้านถนนศรีนครินทร์ หลังพาราไดซ์ พาร์ค เข้าประตู 5 (มณฑารพ)
บริเวณหน้าหอพฤกษศาสตร์

  • ร้านจำหน่ายต้นไม้ของสวนหลวง ร.9
  • นิทรรศการเรื่อง “วัลยชาตินานาสาระพัน”
  • นิทรรศการไม้ดัดวัฒนธรรม
  • ศาลาพยากรณ์
  • ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับต้นไม้

บริเวณหน้าอาคารชายชล

  • ร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ และสินค้า OTOP
  • ร้านจำหน่าย “สมบัติผลัดกันชม”
  • ร้านขายของที่ระลึกมูลนิธิฯ
  • ร้านอาหาร S & P

บริเวณสวนเชิงผา

  • ชมดนตรีสตริง, ลูกทุ่ง ของ กทม.

บริเวณเกาะ 3

  • ชมการแสดงดนตรี 4 เหล่าทัพ
  • การจัดสวนหย่อม โดยภาครัฐและเอกชน
  • การจัดสวนหย่อม โดยเยาวชน
  • ศูนย์จำหน่ายอาหาร

บริเวณอุทยานมหาราช และหอรัชมงคล

  • ชมนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการสื่อสาร”
  • ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ของ กปร. เรื่อง “ตามรอยพระราชดำริ : สู่ประโยชน์สุข”
  • การแสดงกลางแจ้ง
  • ชมแปลงดอกไม้นานาพันธุ์
  • ชมน้ำพุดนตรี

บริเวณสวนรมณีย์ และศาลาพุฒ-จันทน์

  • กิจกรรมการสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน นำเสนอในรูปแบบของการสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพมหานคร พร้อมการก่อสร้างและตกแต่งบรรยากาศแบบย้อนยุค โดยมีกิจกรรมสาธิตต่างๆ อาทิเช่น นวดแพทย์แผนไทย บุหงา เครื่องหอม สาธิตการเข้าตัวเรือนแหวนไข่มุก เจียระไนพลอย การทำผลิตภัณฑ์จากกะลา ผลิตภัณฑ์กระเป๋าหนังต่อ ผัก ผลไม้ ประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์กระเป๋าสายเกลียว ผลิตภัณฑ์กรอบรูปจิ๊กซอว์ การเพ้นท์ผ้าลายไทย การทำผ้าไหมปัก ดอกไม้ประดิษฐ์จากผ้า ผลิตภัณฑ์จากเศษไม้สักทอง ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ผลิตภัณฑ์จากผ้า ร่มกระดาษ บ้านทรงไทยจำลอง ดอกไม้ประดิษฐ์จากกระดาษสา กาแฟโบราณ โรตีมะตะบะ
  • กิจกรรมตลาดน้ำ จำลองบรรยากาศวิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำ ในรูปแบบการค้าขายสินค้าต่างๆ อาทิเช่น ผลไม้ดอง แช่อิ่ม มะม่วงน้ำปลาหวาน ข้าวเหนียวมูล 5 สี ขนมเบื้องโบราณ ส้มตำผลไม้ ขนมจีน น้ำพริก น้ำยา ข้าวมันไก่ หมี่กรอบ ข้าวเกรียบว่าว ขนมลูกชุบ ขนมไทย ขนมจีบ ทอดมัน ยำแหนมสด เฉาก๊วยโบราณ
  • การแสดงเพลงพื้นบ้าน อาทิ เพลงเรือ เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงพวงมาลัย เพลงเกี่ยวข้าว ลำตัด
  • การแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ การแสดงลิเก การแสดงละครนอก การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นต้น
  • การละเล่นพื้นบ้านแบบไทย (ทางบก/ทางน้ำ) ดังนี้
    การละเล่นทางบก ได้แก่ มวยตับจาก ปิดตาตีหม้อ ปีนเสาน้ำมัน ตักน้ำใส่กระโหลก
    การละเล่นทางน้ำ ได้แก่ มวยทะเล พายกะละมัง พายเรือหัวใบ้-ท้ายบอด ชักกะเย่อเรือ

กิจกรรมพิเศษ
วันที่ 1, 4, 5, 12 ธันวาคม 2553

วันพุธที่ 1 ธันวาคม 2553 เวลา 9.00 น.
งานทำบุญเลี้ยงพระ, มอบรางวัลผู้ชนะการประกวดไม้ใบ ไม้ดอก ไม้ประดับ

วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2553 เวลา 5.00 น.
งาน “สวนหลวง ร.9 เดิน-วิ่งเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” บริเวณหน้าหอรัชมงคล

วันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2553 เวลา 17.30 -19.00 น.
ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประยุกต์ผสมผสานการแสดงนาฎศิลป์ไทย 4 ภาค เวลา 19.29 น. จุดเทียนถวายพระพรพร้อมกันทั่วประเทศ บริเวณหน้าหอรัชมงคล และชมพลุเฉลิมพระเกียรติและพลุประกอบดนตรี

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม 2553
จุดพลุปิดงาน บริเวณตระพังแก้ว

กิจกรรมวันหยุด
วันที่ 4, 5, 6, 10, 11, 12 ธันวาคม 2553

  • ชมตลาดโบราณ, กิจกรรมหมู่บ้านวัฒธรรม 4 ภาค และโคมไฟเฉลิมพระเกียรติ บริเวณสวนรมณีย์
  • ชมนิทรรศการช่าง 10 หมู่ อาคารชายชล

การเดินทางโดยรถประจำทาง

  • เส้น ศรีนคริทร์ สาย 145207 ลงหน้าห้างพาราไดซ์ พาร์ค (เสรีเซ็นเตอร์เก่า) แล้วต่อมอเตอร์ไซด์เข้าสวนหลวง
  • เส้น เฉลิมพระเกียรติ 11206 ผ่านหน้าสวนหลวง ร.9
  • เส้น สุขุมวิท ทุกสายที่ผ่านแยกอุดมสุข แล้วต่อรถเมล์แดง (ที่วิ่งถึง สวนหลวง ร.9) ที่ปากซอยอุดสุข

หมายเหตุ: ปิดสวนหลวง ร.9 วันที่ 15-30 พฤศจิกายน 2553 (เป็นการชั่วคราว) เพื่อจัดเตรียมงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 และเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของทางเจ้าหน้าที่ ทั้งป้องกันอันตรายอันอาจเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานได้ โดยจะเปิดสวนฯ ตามปกติในวันที่ 1 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป (สวนปิดปรับปรุง แต่สามารถเข้าไปออกกำลังกายได้)


edit @ 5 Dec 2010 20:42:12 by Chuanchom